สิทธิ์เลี้ยงดูบุตรหลังหย่า ใครมีสิทธิ์ตามกฎหมาย?
เมื่อคู่สมรสตัดสินใจหย่าร้างกัน หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ สิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร หรือ อำนาจปกครองบุตร (Parental Power) ตามกฎหมายไทย หรือลูกจะต้องอยู่กับใคร โดยเฉพาะในกรณีที่มีบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์) การตัดสินใจเรื่องนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อความเป็นอยู่ของเด็ก และจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรหลังหย่า
สิทธิ์เลี้ยงดูบุตรหลังหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไทย กำหนดไว้ในมาตรา 1520 ซึ่งกล่าวถึงสิทธิ์ของบิดามารดาในการเลี้ยงดูบุตร ดังนี้
มาตรา 1520: ในกรณีหย่าโดยความยินยอม ให้สามีภริยาทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้ามิได้ตกลงกันหรือตกลงกันไม่ได้ ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด
ในกรณีหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ให้ศาลซึ่งพิจารณาคดีฟ้องหย่านั้นชี้ขาดด้วยว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ในการพิจารณาชี้ขาดถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุที่จะถอนอำนาจปกครองของคู่สมรสนั้นได้ตามมาตรา 1582 ศาลจะถอนอำนาจปกครองของคู่สมรสและสั่งให้บุคคลภายนอกเป็นผู้ปกครองก็ได้ ทั้งนี้ ให้ศาลคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรนั้นเป็นสำคัญ
จากกฎหมายข้างต้น หากไม่มีข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตร ศาลจะเป็นผู้พิจารณาตามหลักของความเหมาะสม โดยพิจารณาถึงสภาพแวดล้อม ความสามารถในการเลี้ยงดู และประโยชน์สูงสุดของบุตร
ใครมีสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรหลังหย่า?
1. การตกลงกันเองระหว่างพ่อแม่ หากคู่หย่าร้างสามารถตกลงกันได้ว่าใครจะเป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ก็สามารถระบุข้อตกลงไว้ในทะเบียนหย่าหรือทำเป็นข้อตกลงการหย่า (Divorce Agreement) อย่างชัดเจน วิธีนี้ช่วยลดข้อพิพาทและทำให้บุตรมีความมั่นคงมากขึ้น
2. กรณีตกลงกันไม่ได้ ให้ศาลเป็นผู้พิจารณา หากไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจะใช้ดุลพินิจพิจารณาโดยคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้:
ความสามารถของผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตร ดูแลด้านสุขภาพ อารมณ์ และการศึกษาของบุตรได้ดีหรือไม่
สภาพแวดล้อมและความมั่นคงของที่พักอาศัย บ้านที่เด็กจะอยู่อาศัยมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมหรือไม่
ความสัมพันธ์ระหว่างบุตรกับพ่อแม่ เด็กมีความผูกพันกับใครมากกว่า
สุขภาพจิตและพฤติกรรมของผู้ปกครอง ศาลจะพิจารณาผู้ปกครองที่มีภาวะอารมณ์มั่นคง
รายได้และความมั่นคงทางการเงิน ศาลพิจารณาความสามารถในการดูแลและให้ความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่บุตร
โดยทั่วไปแล้ว หากบุตรยังเล็ก (ต่ำกว่า 7 ขวบ) ศาลมักให้มารดาเป็นผู้เลี้ยงดู แต่หากพบว่าบิดามีความสามารถในการดูแลดีกว่า ศาลอาจให้บิดาเป็นผู้ปกครอง
สิทธิ์ของผู้ไม่ได้รับอำนาจปกครองบุตร
หากศาลตัดสินให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจปกครอง อีกฝ่ายยังคงมีสิทธิ์ดังนี้:
สิทธิ์ในการเยี่ยมบุตร – สามารถขอพบและติดต่อบุตรได้ตามเงื่อนไขของศาล
สิทธิ์ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจปกครอง – หากมีเหตุผลอันสมควร เช่น ผู้ปกครองปัจจุบันไม่สามารถดูแลบุตรได้ดี
หน้าที่ในการให้ค่าเลี้ยงดู – ตามมาตรา 1564 บิดามารดามีหน้าที่ส่งเสียเลี้ยงดูบุตร แม้ไม่ได้อยู่กับบุตรก็ตาม
ปัญหาที่มักพบเกี่ยวกับสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรหลังหย่า
การขัดขวางสิทธิ์เยี่ยมบุตร – กรณีที่ผู้มีอำนาจปกครองปฏิเสธไม่ให้คู่สมรสเก่าพบบุตร ฝ่ายที่ถูกขัดขวางสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับได้
การไม่จ่ายค่าเลี้ยงดู – ฝ่ายที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูมักอ้างว่าไม่มีเงิน หรือจงใจไม่จ่าย ในกรณีนี้ ผู้ปกครองสามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูต่อศาลได้
การขอเปลี่ยนแปลงสิทธิ์เลี้ยงดู – หากพบว่าผู้ที่ได้รับสิทธิ์ปกครองบุตรไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้ดี หรือทำให้บุตรได้รับความเสียหาย อีกฝ่ายสามารถร้องขอต่อศาลให้เปลี่ยนแปลงอำนาจปกครองได้
ความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่ – บ่อยครั้งที่พ่อแม่ยังมีความขัดแย้งกันหลังหย่า ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของบุตร จึงควรให้ความสำคัญกับสวัสดิการและความสุขของบุตรมากกว่าความขัดแย้งส่วนตัว
สรุป สิทธิ์เลี้ยงดูบุตรหลังหย่าหรือลูกควรอยู่กับใครหลังหย่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดของบุตรเป็นหลัก หากสามารถตกลงกันได้ จะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง แต่หากตกลงไม่ได้ ศาลจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร การเรียกร้องค่าเลี้ยงดู หรือการฟ้องร้องเกี่ยวกับอำนาจปกครอง ขอแนะนำให้ปรึกษาทนายความ โดยเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยสำนักงานทนายความของเราก็พร้อมจะให้คำปรึกษาและดำเนินการทางคดีความในแก่
ท่าน
ทนายนิธิพล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ
แฟนเพจ FB : ทนายนิธิพล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
โทร : 095-453-4145 เวลาติดต่อจันทร์-เสาร์ 10.00น – 18.00น