15 จำนวนผู้เข้าชม |
รับสืบทรัพย์ หาทรัพย์สินของลูกหนี้หรือจำเลย
แนวทางและขั้นตอนสำคัญในการบังคับคดีอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเจ้าหนี้ชนะคดีและมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ต้องชำระหนี้ตามคำตัดสินของศาล แต่ลูกหนี้เพิกเฉยหรือหลีกเลี่ยงไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการดำเนินการสืบทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี การสืบทรัพย์ถือเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่จำเป็นอย่างยิ่งในการค้นหาทรัพย์สินที่ลูกหนี้ถือครองอยู่ ซึ่งสามารถนำมายึดหรืออายัดได้เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
ความหมายของการสืบทรัพย์
การสืบทรัพย์ หมายถึง การค้นหา ตรวจสอบ และระบุทรัพย์สินหรือสิทธิในทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองหรือเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ในการบังคับคดีได้ ทรัพย์สินเหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน อาคารชุด และที่เป็นสังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ เครื่องประดับ ของมีค่า บัญชีเงินฝาก หรือแม้กระทั่งสิทธิเรียกร้องที่ลูกหนี้มีต่อบุคคลอื่น เช่น ค่าเช่า เงินปันผล หุ้น หรือกองทุนรวม การสืบทรัพย์จึงเป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การขอให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อการบังคับคดีต่อไป
ประเภทของทรัพย์สินที่สามารถยึดหรืออายัดได้
อสังหาริมทรัพย์: ได้แก่ หาที่ดินลูกหนี้ หาบ้านลูกหนี้ หาอาคารชุดหรือหาคอนโดลูกหนี้ อาคารพาณิชย์ โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่ลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง โดยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลของกรมที่ดิน
สังหาริมทรัพย์: ประกอบด้วยทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ เครื่องประดับ อัญมณี ของสะสม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่า
บัญชีเงินฝากธนาคาร: เงินสดที่ลูกหนี้ฝากไว้ในบัญชีธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ กระแสรายวัน หรือประจำ ซึ่งสามารถอายัดได้โดยการขอคำสั่งศาล
สิทธิเรียกร้องอื่น ๆ: เช่น เงินเดือนลูกหนี้ หุ้น กองทุนรวม เงินปันผล ผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา หรือรายได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งลูกหนี้ยังมีสิทธิได้รับ
ขั้นตอนการสืบทรัพย์และบังคับคดี
การสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้: เจ้าหนี้หรือทนายความจะต้องเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของลูกหนี้ โดยอาจอาศัยการสืบจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก สำนักงานทะเบียนหุ้น เพื่อขอข้อมูลภายใต้กรอบกฎหมาย นอกจากนี้ยังอาจอาศัยพยานบุคคลหรือข้อมูลข่าวสารจากแหล่งอื่นประกอบ
ยื่นคำขอบังคับต่อสำนักงานบังคับคดี: เมื่อเจ้าหนี้มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินใดที่สามารถบังคับคดีได้ จะต้องยื่นคำร้องต่อสำนักงานบังคับคดีเพื่อขอให้มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินเหล่านั้น โดยต้องแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของลูกหนี้จริง
การดำเนินการโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี: ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่ง เจ้าพนักงานบังคับคดีจะเข้าดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว เช่น การเข้ายึดทรัพย์ การอายัดเงินในบัญชี การตั้งหมายขายทอดตลาดทรัพย์ เพื่อให้รายได้จากการขายทรัพย์นำไปชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้
ข้อควรระวังในการสืบทรัพย์และบังคับคดี
การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย: เจ้าหนี้ต้องไม่ดำเนินการบุกรุกสถานที่ของลูกหนี้ หรือดำเนินการยึดทรัพย์ด้วยตนเองโดยไม่มีคำสั่งศาลหรือการอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย การละเมิดขั้นตอนอาจนำไปสู่ความผิดอาญาได้
การโอนทรัพย์สินเพื่อหนีหนี้: หากมีหลักฐานว่าลูกหนี้ได้มีการโอนทรัพย์สินให้ผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึด เจ้าหนี้มีสิทธิ์ยื่นคำฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนการโอนนั้น ซึ่งเรียกว่าการใช้สิทธิบอกล้างหรือฟ้องเพิกถอนการโอนตามกฎหมายแพ่ง รวมถึงแจ้งความหรือฟ้องคดีอาญาข้อหาโกงเจ้าหนี้ได้
บริการสืบทรัพย์โดยสำนักงานกฎหมายของเรา
สำนักงานกฎหมายของเรามีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ตรงในการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ทนายสืบทรัพย์สินทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน การสืบค้นข้อมูล การยื่นคำร้องคำขอ การประสานงานกับเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปจนถึงการดำเนินการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดและติดตามผลการขายทอดตลาดและการชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความรู้ทางกฎหมาย ความชำนาญในเชิงเทคนิค และความรอบคอบในทุกขั้นตอน เรามั่นใจว่าสามารถช่วยให้เจ้าหนี้ได้รับความเป็นธรรมและสิทธิของตนคืนมาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
หากท่านกำลังมองหาผู้ช่วยด้านกฎหมายที่เชี่ยวชาญในการสืบทรัพย์และบังคับคดี หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการตามคำพิพากษา สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายของเราได้ที่:
ปรึกษาสำนักงานทนายนิธิพล ฟรีในเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย
โทร: 095-453-4145 (ปรึกษาฟรี 5 นาที ในเบื้องต้น)
ทนายนิธิพล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
ทีมทนายความของเราพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางปฏิบัติ และดำเนินการแทนท่านอย่างมืออาชีพ เพื่อให้การบังคับคดีดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การสืบทรัพย์และการบังคับคดีไม่ใช่เพียงขั้นตอนตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญให้สิทธิของเจ้าหนี้ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย การดำเนินการอย่างรอบคอบ มีระบบ และถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ควรจะเป็น และทำให้กระบวนการยุติธรรมสามารถตอบสนองต่อความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง